October 19, 2006

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หน้าแรก






 

 

 

 

ศาสนากับสันติภาพ
(Riligion and Peace)

โดย ผศ.เอื้อน เล่งเจริญ (ธรรมรักขิต)

ศาสนาทุกศาสนาที่อุบัติขึ้นในโลก มีจุดมุ่งหมายอันเดียวกัน คือ "ความสงบสุข" ของมนุษยชาติ เส้นทางสู่สันติภาพ และความสุขมีอยู่แล้วในทุกศาสนา ปัญหาอยู่ที่มนุษย์ได้ปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนาหรือไม่

เส้นทางสู่สันติภาพและความสุข

ศาสนาคริสต์ เน้น "เมตตาธรรม" เช่นเดียวกับพุทธศาสนา โดยเฉพาะหลัก "อหิงสา" และเมตตา เป็นหลักคำสอนที่เด่นและเน้นให้ศาสนิกปฏิบัติอย่างจริงจัง ดังที่มีพระบาีลีรับรองว่า "โลโกปตฺฺถมฺภิกา เมตฺตา" แปลว่า "เมตตา เป็นธรรมค้ำจุนโลก" ช่วยให้โลกอยู่เย็นเป็นสุข

อีกข้อหนึ่ง คือ "ความไม่เบียดเบียน" คือหลัก "อหิงสา" ดังที่กล่าวว่า

"อพฺยาปชฺฌํ สุขํ โลเก"
ความไม่เบียดเบียน เป็นสุขในโลก

"นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ"
ความสุขอื่นยิ่งกว่า ความสงบไม่ม
เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ เป็นเครื่องยืนยันอย่างหนักแน่นว่า พระพุทธศาสนาส่งเสริม "สันติภาพ" อย่างแท้จริง

ตราบเท่าที่มนุษย์ (ไม่ว่าชาติใด) ปฏิบัติตามยึดมั่นในหลัก เมตตา อหิงสา ตราบนั้น โลกจะมีความสงบสุข ปราศจากความขัดแย้ง และสงคราม

ทั้งๆ ที่มนุษย์ทั่วโลกเรียกร้อง "สันติภาพ" แต่กระนั้น สันติภาพยังอยู่ไกล ทั้งนี้ เพราะมนุษย์มิได้ปฏิบัติตามหลักธรรมดังกล่าว

องค์การสหประชาชาติ (UN) เป็นองค์กรที่เพียรพยายามเสริมสร้่างสันติภาพของโลก เพราะมองเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมา ความขัดแ้ย้ง ความวิวาท และสงครามเกิดขึ้นอีกกี่ครั้ง ไม่มีใครทราบ

อนิจจา ! โลกมนุษย์จะไม่ว่างเว้นจากสงครามเลยหรือ ?

ปัญหาเรื่อง "สงคราม" สามารถจะยับยั้งได้ หากมนุษย์ยึดมั่นในหลักสันติภาพ (Peace) โดยปฏิบัติตามหลัก "อหิงสา" และ "เมตตา" อย่างจริงจัง และจริงใจ

รากเง่่า แห่ง "สงคราม" คือความโกรธแค้น พยาบาท และความเห็นแก่ตัว หากมนุษย์กำจัดตัดรากเง่า คือ ความเห็นแก่ตัว ความพยาบาท และความโกรธแค้นได้ สงครามย่อมไม่เกิดขึ้น เพราะรากเง่าของสงคราม ถูกตัดราก ถอนโคน แล้วด้วยอาวุธ คือ "ความเมตตา" และ "อหิงสา"

วิถีทางแห่งสันติภาพ อีกประการหนึ่ง คือ "ภราดรภาพ" (ฺBrotherhood) คือความรู้สึกเป็นพี่น้องกัน ความรู้สึกนี้ช่วยยับยั้งสงครามได้ ตราบเท่าที่มีความรู้สึกว่า ทุกคนในโลกเป็นพี่น้องกัน ดังที่มหาตมะคานธี มหาบุรุษแห่งอินเดีย บอกว่า "โลกทั้งผอง พี่น้องกัน"

กล่าวโดยสรุป คือ เราสามารถยับยั้งสงครามได้ หากทุกคนยึดมั่นหลักคำสอนของศาสนา คือ "เมตตา อหิงสา ภราดรภาพ และการประนีประนอม (Compromise)" อย่างจริงจัง ทั้งหมดนี้ คือ "เส้นทางสู่สันติภาพ ของมวลมนุษย์ชาติ ตราบเท่าที่มนุษย์ต้องการสันติภาพ และความสุข เราจำต้องแสวงหาวิธี หรือแนวทางสู่สันติภาพ และร่วมใจกันสร้างเส้นทางแห่งสันติภาพให้ได้ เพื่อความสุขความสงบของชาวโลกทั้งมวล"

องค์การสหประชาชาติ (UN) เป็นองค์การที่สถาปนาขึ้นเพื่อ "การสร้างสันติภาพ" แก่มนุษย์ทั้งปวง

เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ในขณะนี้มีองค์กรเอกชน มีอุดมคติและเพียรพยายามเพื่อสร้างสันติภาพแก่มวลมนุษย์ ไม่เลือกชาติ ศาสนา

องค์กรนี้ตั้งขึ้นโดย Rev. Dr. Moon และ Dr. Hak Jahan. Moon แห่งประเทศเกาหลี ท่านผู้นี้ได้เสียสละทรัพย์สิน เงินทองเป็นจำนวนมหาศาล เพื่อสร้าง "สันติภาพ" แก่มวลมนุษย์

ท่านได้สถาปนาองค์กรต่างๆ เช่น PWPA (Professor World Peace Association และ Interreligious and International Council) ด้วยมุ่งหวังให้สันติภาพเกิดขึ้นในโลก เป็นความตั้งใจที่น่ายกย่องสรรเสริญเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยเจตนารมณ์แห่งการสร้างสันติภาพทั่วทุกมุมโลก สหพันธ์นานาชาติและศาสนาเพื่อสันติภาพโลก (Interreligious and International Federation for World Peace) ได้แต่งตั้งบุคลากรให้ดำรงตำแหน่ง "ทูตสันติภาพ" (Ambassador for World Peace)

ทูตสันติภาพ (Ambassador for Peace) มีภารกิจสรรสร้าง "สันติภาพ" ด้วยวิธีต่างๆ ทางศานา และวัฒนธรรม

ผู้เขียนเชื่อว่า ด้วยการยึดมั่นในหลักธรรมของนานาศาสนา และวัฒนธรรม ด้วยความมุ่งมั่นและความเพียรพยายามในการสร้าง "สันติภาพ" ของทูตสันติภาพ (Ambassador for Peace) สันติภาพถาวรจะเกิดอย่างแน่นอน สมตามเจตนารมณ์ของ Rev. Dr. Mooon และ Dr. Hak Jahan Moon.