Royal Chayalak
royal-words

 อัตชีวประวัติ
ผู้ก่อตั้งสหพันธ์ฯ

As-a-Peace

รายงานการสถาปนา
 สภานานาศาสนาฯ

Peace day_report2011

สานสันติภาพ

 V2013 

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้116
mod_vvisit_counterเมื่อวาน250
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้116
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว2074
mod_vvisit_counterเดือนนี้6977
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว10092
mod_vvisit_counterทั้งหมด217350

ออนไลน์ 9

สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติสนับสนุนการก่อตั้งสภานานาศาสนาเพื่อสันติภาพในประเทศไทย

       พลเอก ดร. วสุ ชนะรัตน์ คณะกรรมการวิชาการสมาคมความมั่นคงของพุทธศาสนาในประเทศไทย นายสุเทพ สุริยาอมฤทธิ์ อดีตนายกสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา ดร.อิทธิกร วัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แห่งประเทศไทย และนายกมล ธนะนพวรรณ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิฯ ได้เข้าพบ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และ ดร.อำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ณ ที่ทำการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล เพื่อปรึกษาและขอความร่วมมือเกี่ยวกับโครงการก่อตั้งสภานานาศาสนาเพื่อสันติภาพ-ประเทศไทย โดยมี นายเอนก สนามชัย ผู้อำนวยการส่วนคุ้มครองพระพุทธศาสนาเป็นผู้ต้อนรับ

ผอ. นพรัตน์ได้กล่าวต้อนรับคณะกรรมการยกร่างโครงการก่อตั้งสภาฯ ทุกท่าน และได้กล่าวยินดีให้การสนับสนุนและให้ความสำคัญถึงการก่อตั้งสภานานาศาสนานี้ และเสนอแนะให้จัดการประชุมร่วมกับประมุขหรือผู้ทรงคุณวุฒิทางศาสนาขององค์กรศาสนาหลัก เพื่อพิจารณา แสดงความคิดเห็น และมีมติเกี่ยวกับการก่อตั้งสภานานาศาสนานี้ร่วมกัน โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยินดีร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัดงานนี้

ผลจากการปรึกษาหารือ สรุปโดยสังเขปได้ ดังนี้

1. การก่อตั้งสภานานาศาสนาตั้งแต่เริ่มต้นจะต้องสร้างความเข้าใจและบรรยากาศที่ชัดเจนว่า สภานานาศาสนาได้รับการก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ

- สันติภาพและส่วนรวม

- เป็นเวทีในการสร้างความร่วมมือ การเจรจา การศึกษา เพื่อการแก้ไขความขัดแย้งและเสริมสร้างสันติภาพ

- นำคุณธรรมและจริยธรรมของศาสนธรรมของแต่ละศาสนามาช่วยเสริมสร้างสันติภาพ

2.สภานานาศาสนามิใช่เป็นเวทีเพื่อการเผยแพร่ หรือชิงดีชิงเด่นเพื่อศาสนาของตนเอง แต่อาจเป็นโอกาสของการศึกษาเรียนรู้ของศาสนิกชนเพื่อที่จะเข้าใจในหลักธรรมและการปฏิบัติของศาสนาอื่นๆ ที่ไม่ใช่ศาสนาของตน ในบรรยากาศของศาสนสัมพันธ์

3. สภานานาศาสนามิได้ก่อตั้งและดำเนินงานเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางด้านการเมือง

4. สภานานาศาสนามิใช่เป็นเวทีเพื่อที่ศาสนิกชนของศาสนาใดศาสนาหนึ่งจะแสดงความเป็นอคติ เกลียดชัง หรือขุ่นเคืองต่อศาสนิกชนหรือศาสนาอื่น

5.ให้เริ่มก่อตั้งสภานานาศาสนาเพื่อสันติภาพ-ประเทศไทยโดยเริ่มจากศาสนาและองค์กรศาสนาที่กรมการศาสนารับรองก่อน เมื่อสภาฯ ได้รับการก่อตั้งและเริ่มดำเนินงานแล้วก็สามารถพิจารณาศาสนาหรือองค์กรศาสนาอื่นๆ เข้ามาเป็นสมาชิกสภาได้มีเกณฑ์ในการพิจารณาตามแนวทางของข้อสรุปที่ 1-4

6.สภานานาศาสนาควรได้รับการรับรองตามกฎหมายในรูปแบบขององค์กรอิสระภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรีหรือภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล และสามารถเป็นตัวแทนรัฐบาลได้ โดยศึกษาตามรูปแบบของการก่อตั้งและการดำเนินงานของศูนย์คุณธรรม

7. สภานานาศาสนาควรสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมเพื่อที่จะได้รับการยอมรับในประเทศไทยเพื่อนำออกสู่เวทีนานาชาติต่อไป

ในช่วงท้าย นายสุเทพ สุริยาอมฤทธิ์ อดีตนายกสมาคมศรีคุรุสิงห์ กล่าวว่า เรื่องศาสนสัมพันธ์นี้ภาครัฐได้ริเริ่มมากว่า 15 ปี ได้มีการประชุมหลายครั้ง และร่วมกันตั้งปฏิญญา รวมทั้งพยายามก่อตั้งในชื่อของคณะกรรมการศาสนสัมพันธ์แห่งชาติ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะติดเงื่อนไขของระบบราชการและปัจจุบันก็มิได้ดำเนินการต่อ จึงปรารถนาที่จะให้การก่อตั้งสภานานาศาสนาในครั้งนี้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการก่อตั้งครั้งนี้มีเป้าหมายของศาสนสัมพันธ์ที่ชัดเจนคือ เพื่อสันติภาพ

ท้ายสุด ดร.อำนาจ บัวศิริ ได้สรุปเหตุผลที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยินดีให้ความร่วมมือกับการก่อตั้งสภานานาศาสนา ดังนี้

   1) เพราะเป็นงานศาสนสัมพันธ์เพื่อสันติภาพ

   2) เข้าร่วมในฐานะหน่วยงานราชการที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับงานศาสนสัมพันธ์

   3) จะทำให้เกิดการประชุมองค์กรพุทธที่มากที่สุดกว่า 50 องค์กร เพื่อรับฟังความคิดเห็น และถ้าเป็นไปได้ก็จะทำการเลือกตัวแทนที่จะมาเป็นกรรมการสภาฯ

   4) เพื่อให้สภาฯ เป็นองค์กรที่รัฐบาลรับรองตามกฎหมาย ในประเทศไทย และเพื่อเป็นองค์กรในระดับนานาชาติต่อไปในอนาคต

กมล ธนะนพวรรณ กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิฯ /รายงาน

 

 

Slide1
Slide2
Slide3
Slide4
Slide5
Slide6
Slide7
Slide8
1/8 
start stop bwd fwd