Royal Chayalak
royal-words

 อัตชีวประวัติ
ผู้ก่อตั้งสหพันธ์ฯ

As-a-Peace

รายงานการสถาปนา
 สภานานาศาสนาฯ

Peace day_report2011

รายงานประจำปี 2555-2556

coverAnnualreport2555-2556

สานสันติภาพ

 V2013 

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้121
mod_vvisit_counterเมื่อวาน246
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้367
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว2079
mod_vvisit_counterเดือนนี้6237
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว7751
mod_vvisit_counterทั้งหมด561079

ออนไลน์ 8

เยาวชนพุทธ คริสต์ อิสลาม ร่วมกันศึกษาเรียนรู้และบำเพ็ญประโยชน์ ด้วยมิตรภาพและกลมเกลียวในโครงการ “ค่ายอาสายุวศาสนิกสัมพันธ์ครั้งที่ 19”

15 – 19 มีนาคม 2555 โครงการค่ายอาสายุวศาสนิกสัมพันธ์ หรือ Religious Youth Service (RYS) ครั้งที่ 19 ในประเทศไทย ในหัวข้อ “อาสาศาสนิกสัมพันธ์เสริมสร้างคุณธรรมและสันติภาพโลก” ได้ประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจ ความรัก มิตรภาพ และความกลมเกลียว ระหว่างเยาวชนต่างศาสนา ต่างวัฒนธรรม และต่างภูมิลำเนา ค่ายครั้งนี้มีผู้เข้าร่วม 70 คนจากศาสนาพุทธ อิสลาม คริสเตียน และคาทอลิก เยาวชนที่ผ่านค่ายมีความตั้งใจในการนำความรู้ ความเข้าใจและประสบการณ์ที่ได้จากค่าย RYS ไปสร้างแกนนำเยาวชนคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับสถานศึกษาและชุมชนท้องถิ่นของตน เพื่อพัพัฒนาคุณธรรม ความสามัคคี และสันติภาพให้เกิดขึ้น

 

Slide1
Slide2
Slide3
Slide4
Slide5
Slide6
Slide7
Slide8
Slide9
Slide90
Slide91
Slide92
Slide93
Slide94
Slide95
Slide96
Slide97
Slide98
Slide99
Slide990
Slide991
01/21 
start stop bwd fwd

 

โครงการค่ายในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โรงเรียนบ้านดาดทองเจริญ ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งเป็นชุมชนดีเด่นด้านเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นที่ตั้งของศูนย์การเรียนรู้ชีวิตพอเพียงประจำจังหวัด ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือของจังหวัดกำแพงเพชร องค์การบริหารส่วนจังหวัดกำแพงเพชร สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากำแพงเพชร 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 6 จ.พิษณุโลก โรงเรียนบ้านดาดทองเจริญ และองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง โดยมีชาวค่ายมุสลิมจากปัตตานีและนนทบุรี 15 คน ชาวค่ายคริสเตียนและคาทอลิกจากจังหวัดตาก กำแพงเพชร และกรุงเทพ 6 คน นอกนั้นเป็นชาวพุทธจากทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเทิดพระเกียรติองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในวโรกาสที่พระองค์ทรงพระชนมายุครบ 7 รอบ เพื่อสร้างความเข้าใจและกลมเกลียวกันระหว่างศาสนิกชนต่างศาสนา และเพื่อสร้างแกนนำเยาวชนคุณธรรมให้เกิดขึ้นเพื่อต่อต้านปัญหายาเสพติดและความเสื่อมศีลธรรมในสถานศึกษาและชุมชน โดยมีการสร้างความเข้าใจและเรียนรู้การนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำริมาประยุกต์ใช้กับการเกษตรและการสร้างชุมชนเข้มแข็ง

พิธีเปิด เริ่มต้นขึ้น ณ ศาลาการเปรียญ วัดพระบรมธาตุเจดียาราม พระอารามหลวง จ.กำแพงเพชร โดยการกล่าวต้อนรับของ ดร.สมปอง สมนักพงษ์ ที่ปรึกษาด้านการศึกษา ผู้แทน นายก อบจ. กำแพงเพชร การกล่าวแสดงความยินดี โดย ศ.กีรติ บุญเจือ ราชบัณฑิตและรองประธานมูลนิธิสหพันธ์สันติภาพสากล และการกล่าวเปิดงานโดย นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร

หลังจากนั้น เยาวชนเข้าเยี่ยมชมศาสนสถานและรับฟังศาสนธรรมจากผู้นำศาสนา โดย ศาสนาพุทธ ชาวค่ายได้เข้าเยี่ยมชมพระอุโบสถและพิพิธภัณฑ์ภายใน “วัดพระบรมธาตุ พระอารามหลวง” และรับฟังธรรมจากพระสงฆ์ ศาสนาอิสลาม เข้าเยี่ยมชม “มัสยิดญันนะตุ้ลมุฮฺมินีน” และได้ชมพิธีการละหมาดวันศุกร์ของชาวมุสลิม และศาสนาคริสต์ เข้าเยี่ยมชม “วัดคาทอลิกคริสตสมภพ” รวมทั้งได้มีโอกาสทัศนศึกษาอุทยานประวัติศาสตร์ เมืองโบราณกำแพงเพชร และในทุกเช้า ชาวค่ายจะได้มีโอกาสรับฟังศาสนธรรมและการสาธิตพิธีกรรมสำคัญของศาสนาอิสลาม พุทธ และคริสต์ตามลำดับ โดยผ่านประสบการณ์เหล่านี้ ชาวค่ายแต่ละศาสนาสามารถเข้าใจ รู้สึกเคารพภาคภูมิใจ และรู้สึกถึงมิตรภาพของศาสนิกชนของศาสนาที่แตกต่างจากตน

ในค่ายได้จัดให้มีกิจกรมการบำเพ็ญประโยชน์ที่ชาวค่ายทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่ โดยมีการซ่อมสนามเด็กเล่น ลงเสาและทำแปลงปลูกแก้วมังกร สร้างแปลงผักกางมุ้ง ปรับปรุงและขยายแนวท่อระบายน้ำในโรงเรียนเพื่อไม่ให้น้ำท่วมสนามหญ้า ซ่อมแซมถนน และปลูกต้นไม้ภายในโรงเรียน นอกจากนั้น มีการบรรยายในหัวข้อ “การส่งเสริมคุณธรรมและสร้างชุมชนเข้มแข็ง” โดย นาย วิเชียร เกตุนวม วิทยากรจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 6 และมีการบรรยาย “ครอบครัวคือโรงเรียนแห่งความรักและสันติภาพ” โดย นายกมล ธนะนพวรรณ ผู้อำนวยการโครงการฯ และรองเลขาธิการมูลนิธิสหพันธ์สันติภาพสากล เพื่อนำเสนอซึ่งอุดมคติและชีวิตที่เกิดขึ้นจากความรักที่บริสุทธิ์ ความกตัญญู สถาบันครอบครัว ซึ่งเยาวชนควรจะละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงาน และให้โอกาสตนเองในการสร้างพรหมจรรย์ครั้งที่ 2 ให้เกิดขึ้น รวมทั้งได้เน้นย้ำถึงคุณค่าของเพศสัมพันธ์และการแต่งงานนั้น เป็นสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ตามความศรัทธาของทุกศาสนาซึ่งควรจะถูกปฏิบัติด้วยคุณธรรมคุณธรรมตามหลักคำสอนศาสนาที่ตนนับถือ นอกจากนี้ มีการฉายวีดิทัศน์และการบรรยายเกี่ยวกับ “การสถาปนาสภานานาศาสนาเพื่อสันติภาพ” ขึ้นในประเทศไทย โดย นายกมล ธนะนพวรรณ ซึ่งมูลนิธิเป็นผู้ประสานงานร่วมกับองค์กรศาสนาต่างๆ จากศาสนาพุทธ อิสลาม คริสเตียน คาทอลิก และซิกข์ ภายใต้การสนับสนุนจากประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าสมเด็จพระสังฆราช จุฬาราชมนตรี พุทธสมาคมแห่งประเทศไทย สภาองค์กรพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย สมาคมคาทอลิกแห่งประเทศไทย สมาคมนามธารีสังคัต เป็นต้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงความกลมเกลียวระหว่างศาสนาต่างๆ และความตั้งใจที่จะนำศาสนธรรมมายกระดับคุณธรรมจริยธรรมให้กับประชาชนในสังคมไทย

นอกจากนั้น ในค่ายยังมีการจัดกีฬาแห่งความสามัคคี “Unity Ball” เพื่อเสริมสร้างความรักความสามัคคีระหว่างชาวค่าย ชาวค่ายมีโอกาสระดมความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนกันในการสร้าง “วิสัยทัศน์ชุมชนแห่งสันติภาพ” และชาวค่ายได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ในประยุกต์ใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่ประสบผลสำเร็จอย่างมากในบ้านดาดทองเจริญ เช่น การชมโรงสีชุมชนพอเพียง การเพาะเห็ดนางฟ้า ยาไล่แมลงธรรมชาติผลิตจากการเผาไม้ การจัดการน้ำ ไร่นาสวนผสม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบรรยายจากปราชญ์ชาวบ้าน ประธานและผู้จัดการศูนย์เรียนรู้ชีวิตพอเพียง นายศักดิ์ชัย และนางตฤณศร สัมทับ ในค่ำคืนสุดท้ายได้จัดให้มีการแสดง “วัฒนธรรมสัมพันธ์” โดยมีการแสดงเทิดพระเกียรติโดยนักเรียนบ้านดาดทองเจริญ การแสดงของชาวค่ายที่แบ่งเป็นกลุ่มตามวัฒนธรรม เช่น กลุ่มมุสลิม กลุ่มภาคเหนือตอนล่าง กลุ่มภาคกลาง กลุ่มกรุงเทพฯ และการให้กำลังใจและการแสดงจากทูตสันติภาพในบทเพลงส่งเสริมคุณธรรมให้กับนักเรียนและเยาวชน และในพิธีปิด ได้มีการมอบทุนการศึกษา ทุนละ 2,500 บาท จำนวน 10 ทุน ให้กับนักเรียนที่มาจากครอบครัวที่ยากไร้

ในตอนท้าย ชาวค่ายได้มีโอกาสทบทวนตัวเองและแสดงความรู้สึกที่มาร่วมค่ายในครั้งนี้ ณ อุทยานแห่งชาติคลองลาน ชาวมุสลิมหลายคนเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าวัดและรับฟังการเทศนา ชาวพุทธส่วนใหญ่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เข้าไปในมัสยิด รับฟังการเทศนาของโต๊ะอิหม่าม และได้เห็นการละหมาดใหญ่วันศุกร์ ชาวค่ายหลายคนเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มีเพื่อนต่างศาสนา ชาวค่ายทุกคนต่างแสดงออกถึงรู้สึกตื้นตันใจในบรรยากาศของความรัก ความเป็นกันเอง ความเข้าใจ การแบ่งปัน ช่วยเหลือกัน มิตรภาพ ความสามัคคีและความกลมเกลียวกันที่ไปเกินกว่าขอบเขตของศาสนาและวัฒนธรรม ชาวค่ายมีความประทับใจในเนื้อหาการบรรยายทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของสถาบันครอบครัว ความรักที่บริสุทธิ์ และคุณค่าของการแต่งงานที่มีคุณค่าศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อของศาสนาของตนเอง ประสบการณ์เหล่านี้ ทำให้ชาวค่ายทุกคนต่างมีความตั้งใจจะกลายเป็นแกนนำ RYS เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้ไปเผยแพร่และเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และความสามัคคีให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาและชุมชนที่ตนเองอยู่อาศัย